รักษาสิวอุดตันด้วย Acne Clear Laser (ACL)

สวัสดีค่ะ ^^

อาทิตย์นี้มู่ยังอยู่กันที่ Hertitude คลีนิก มู่จะมาเล่าประสบการณการรักษาสิวอุดตันด้วย Acne Clear Laser (ACL) ให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกันมากขึ้นค่ะ

มู่มีปัญหาผิวมันค่ะดังนั้นจึงมีรบกับสิวอุดตันมาตลอดเพราะต้องแต่งหน้าไปทำงาน พออยากให้ผิวเรียบเนียนก็เลยใช้บีบี ครีม แต่พอใช้ก็ยิ่งทำให้อุดตัน อุดตันมากขึ้นก็ยิ่งใช้บีบี ครีมปกปิดวนเวียนอยู่แบบนี้ จนล่าสุดมันเริ่มอักเสบเยอะขึ้น สุดท้ายเลยต้องมาปรึกษาคุณหมออาร์มค่ะ คุณหมออาร์มก็เลยแนะนำโปรแกรมการรักษาด้วย Acne Clear Laser ซึ่งได้ผลการรักษาที่ดีและรวดเร็วไม่เจ็บตัว วันนี้มู่เลยเอามาแชร์ให้คุณผู้อ่านได้รู้จักกันค่ะ

หลังจากเห็น(สิวอุดตันบน)หน้ากัน คุณหมออาร์มก็ซักประวัติการใช้เมกอัพแบบถี่ยิบเลยล่ะค่ะ พร้อมทั้งให้คำแนะนำสำหรับการเลือกใช้เมกอัพและสกินแคร์ดังนี้ค่ะ

1. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเป็นน้ำมันเช่น คลียซิ่งออยล์ เป็นต้น
2. หลีกเลี่ยงครีมที่ทำให้หน้าลื่นเพราะมีซิลิโคนเบส ครีมที่ทาแล้วหน้านวลๆ มักจะเป็นผสมแป้งที่มีไมโครฟิลเลอร์ อนุภาคมันเล็กจิ๋วจนเข้าไปอุดตันรูขุมขนเราได้เพราะฉะนั้นคนเป็นสิวก็ต้องระวัง มันดีสำหรับคนที่ไม่เป็นสิว ถ้าเราเป็น Acne tone skin ก็ต้องระวัง

ครีมกันแดด
ครีมกันแดดควรเป็นครีมกันแดดที่ไม่กันน้ำ Waterresist ยังพอไหวแต่ Waterproof นี่ขนาดน้ำยังล้างไม่ออกเลยะฉะนั้นล้างหน้าธรรมดาไม่ออกแน่นอน บางคนอาจบอกว่าแต่หนูล้างด้วย Cleanser นะคะ บอกเลยว่าไม่ทันค่ะเพราะเราทาครีมกันแดดตั้งกี่ชั่วโมงกว่าจะไปล้าง เมกอัพควรจะอยู่บนใบหน้าไม่เกิน 8 ชั่วโมง พอเกินปุ๊บจะเกิดปรากฎการณ์ที่ครีมกันแดดไปเคลือบผิวแล้วลงไปอุดตันตามร่องรูขุมขน พอต่อมผลิตไขมันออกมาก็ไปคั่งอยู่ทิ้งไว้ 8 ชั่วโมงไขมันพวกนี้ก็จะไปจับตัวกันเป็นก้อน ก็กลายเป็นสิวอุดตัน ถ้าหัวปิดก็กลายเป็นสิวหัวขาว ถ้าหัวเปิดแบคทีเรียก็จะกินหัวสิวแล้วกลายเป็นสิวหัวดำๆ คล้ายสิวเสี้ยน
เมกอัพ
สำหรับคนที่ต้องแต่งหน้า คุณหมออาร์มแนะนำให้ใช้แป้งที่เป็น Translucent powder จะเป็นแบบอัดหรือไม่อัดแข็งก็ได้ แต่ต้องไม่ผสมรองพื้นเพื่อลดอาการอุดตันให้น้อยที่สุดนั่นเองค่ะ

ห้องทรีตเมนท์ของ Hertitude สะอาดและสบายตามากๆ ครั้งนี้นอกจากจะยิงเลเซอร์แล้ว คุณหมอเลยให้ทดลองโปรแกรม DNA Repair ด้วยค่ะ (อ่านรายละเอียดโปรแกรม DNA Repair ได้ที่นี่)

DNA Repair
โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อฟิ้นฟูผิวในคนที่มีปัญหาเรื่องของริ้วรอย รุขุมขนกว้าง และรอยหมองคล้ำเล็กๆ น้อยๆ รวมไปถึงคนที่ต้องการฟื้นฟูและคงสภาพผิวให้ผิวสุขภาพแข็งแรง หลักการในการทำงานประกอบด้วยพระเอก 3 ตัวด้วยกัน

พระเอกตัวแรกคือ DNA บริสุทธิสกัดไข่ปลาแซลมอน ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ได้ดี สกัดมาอยู่ในรูปของเจลสำหรับการทำทรีตเมนท์ แล้วเราก็ใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Electroporation เป็นการการเปิดช่องว่างชั่วคราวเพื่อส่งสารไปใต้เซลล์ผิวโดยไม่ต้องฉีด ซึ่งวิธีนี้จะให้ผลใกล้เคียงกับการฉีดยาแต่ไม่เจ็บตัว ดีกว่าการทำไอออนโต โฟโนที่เราทำ 50-100 เท่า จริงๆ วิธีการนี้ทำขึ้นมาเพื่อส่งผ่านยาในห้องผ่าตัดเล็กแต่ปัจจุบันก็พัฒนาเพื่อใช้กับวงการคอสเมติกมากขึ้น

พระเอกตัวที่2 คือการทำ Glykopeel การผลัดเซลล์ผิว บางคนเคยไปพีลลิ่งผิวแล้วหน้าแดง หน้าบาง สู้แดดไม่ได้ โดนแดดแล้วหน้าดำเร็วขึ้นเพราะสารผลัดเซลล์ผิวเนี่ยมันเป็นกรด แล้วมันไปทำให้สมดุลหรือค่า ph ของผิวมันเสียผิวก็เลยเกิดอาการระคายเคือง เลยทำให้ผิวแดงได้ง่าย และก็อัพเสบได้ง่าย แต่วิธีการทำ Glykopeel จะมีการปรับค่า ph ของผิวจาก 5.5 ไปเป็น 2-3 ก่อน เพื่อให้ผิวค่อยๆ ลดความเป็นด่างลง แล้วจึงลงตัว Glykopeel เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพเพื่อผลัดเอาเซลล์ผิวที่เป็นต้นเหตุของความหมองคล้ำออกไป

การผลัดเซลล์ผิวเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ผิวตกใจ พอผิวโดนผลัดไป ผิวก็จะมีกลไกการสร้างเซลล์สร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนอย่างรวดเร็ว จากนั้นทาตัวปรับสภาพผิวลงไปเพื่อทำลายกรด ผิวก็จะเพิ่ม ph ก็อย่างรวดเร็วทำให้ผิวไม่ถูกทำลายจากกรดมากจนเกินไป สุดท้ายเราก็ทำการปรับสภาพผิวให้ค่า ph กลับมาที่ 5.5 -6 ผิวก็จะแข็งแรง ทำเสร็จไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะแดง จะแพ้ จะลอก ทำให้คนไข้เนี่ยผลัดเซลล์ผิวได้บ่อย

Q:ควรผลัดเซลล์ผิวบ่อยแค่ไหน??
A:ไม่ควรเกินเดือนละครั้ง ทางการแพทย์แนะนำว่าไม่ควรผลัดเซลล์ผิวเร็วเกิน 1 รอบเซลล์ผิวคือประมาณ 4-6 สัปดาห์ 4 สัปดาห์ถือว่าถี่สุดสำหรับการผลัดผิวแล้ว

พระเอกตัวสุดท้ายคือการ Toned & Tighten ลดเลือนริ้วรอยกระชับผิวทำให้ผิวตึงมากขึ้น เสริมสร้างคอลลาเจนใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Channeling Optimized RF Energy เรียกย่อๆ ว่า CORE เป็นการใช้คลื่นวิทยุหลายความถี่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ตอนทำไม่เจ็บเลย ไม่รุนแรงเหมือน Thermage Treatment

Thermage Treatment: (Skin Tightening) เป็นวิทยาการในการนำมาใช้รักษาเพื่อลดริ้วรอยและยกกระชับผิวหน้าให้อ่อนกว่าวัยโดยปราศจากร่องรอยหรือบาดแผล ตลอดจนช่วยกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนให้ผิวหนัง จึงทำให้โครงสร้างของผิวดูสดใส แข็งแรงและมีชีวิตชีวาขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ผิวเราก็จะนุ่ม กระชับ ริ้วรอยลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แต่ที่ทำวันนี้คุณหมออาร์มเปลี่ยนจาก Toned & Tighten เป็น Acne Clear Laser เพื่อให้เข้ากับการรักษาสิวอุดตันแทนค่ะ Acne Clear Laser เป็นคลื่นแสงระบบ DPS-DRAMATIC PHOTO SYSTEM จะส่งผ่านลำแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันระหว่าง 430-800 นาโนเมตร เข้าไปช่วย 3 เรื่อง

1. ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้สิวแห้งลง
2. ลดการการอักเสบของสิว ทำให้สิวเม็ดแดงๆ แห้งเร็ว หายเร็วขึ้น
3. ฆ่าเชื้อสิวและช่วยลด P. Acne ต้นเหตุของสิวอักเสบ

Q: รับการรักษาบ่อยแค่ไหน
A: เพียงเข้ารับการรักษาทุก 2-4 สัปดาห์ ติดต่อกัน 5-7 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของแพทย์

ตอนทำ Acne Clear Laser ไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ แต่จะอุ่นเป็นวาบๆ ตอนที่ยิงเลเซอร์เท่านั้น ซึ่งดีกว่าตอนที่เคยเลเซอร์สมัยก่อนมากเพราะไม่เจ็บแต่ที่ตกใจคือแสงที่แว่บเข้ามาทั้งๆ ที่ปิดตาอยู่ซึ่งมู่เชื่อว่าหลายๆ คนที่เข้าไปทำคงตกใจเหมือนกัน คุณหมออาร์มบอกว่า แสงที่เห็นไม่เป็นอันตรายเพราะผ่านการกรองแล้ว คุณหมอก็เห็นเหมือนกัน เป็นอันว่าสบายใจได้ค่ะ

หลังจากทำออกมาหน้าไม่เยินหรือน่ากลัวเหมือนที่เคยไปเลเซอร์เมื่อก่อนแค่ทาแป้งก็ออกจากคลีนิกได้ค่ะ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่งหน้าได้(แค่งดใช้รองพื้นและบีบี ครีม) หลังจากนั้น 1-2 วันมีอาการลอกแถวๆ จมูกเล็กน้อยจากนั้นก็หายเป็นปกติค่ะ(ช่วงนี้อาจใช้ครีมบำรุงตอนกลางคืนที่เพิ่มความชุ่มชื้นทาบริเวณที่แห้งมากกว่าปกติเล็กน้อยค่ะ) อดใจรออีก 1 สัปดาห์จะรู้สึกว่าหน้าเรียบเนียนแล้วก็ใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ

2 อาทิตย์คุณหมออาร์มนัดมาทำอีกครั้ง เลเซอร์ตัวนี้ไม่ได้ลอกผิวออกเพราะฉะนั้นทำได้บ่อยๆ จริงๆ ทำได้ทุกอาทิตย์เลย แต่ผิวคนไทยทำทุกอาทิตย์แรงเกินไป คุณหมอจึงแนะนำให้ทำ 2 อาทิตย์ครั้งและพอผิวดีขึ้นหน้าหายมันแล้วก็แนะนำให้ทำห่างๆ กันไปเป็น 4-6 สัปดาห์ ถ้าคนที่หายแล้วไม่อยากทายามาก ให้กลับมา maintain ผิวทุก 3-4 เดือนครั้งหนึ่งเพื่อไม่ให้ต่อมไขมันมันกลับมาทำงานเยอะ

วันที่ 3 มีจมูกลอกเล็กน้อยค่ะ เพิ่มปริมาณครีมบำรุงตอนกลางคืนเข้าไปช่วงวันแรกๆ ก็จะช่วยได้
ครบ 1 อาทิตย์สภาพผิวหน้าดีขึ้นมากค่ะ หน้าแห้งขึ้นไม่มันเหมือนเมื่อก่อน ไม่ทาบีบีครีม ลงแป้งฝุ่นของ La Mer เท่านั้น ผ่านมา 1 อาทิตย์กว่าๆ ผิวดีขึ้นโดยเฉพาะเรื่องความมันค่ะ ไม่มันจนเยิ้มเหมือนแต่ก่อน ช่วงบ่ายๆ ถ้าโดนความร้อนก็มันเล็กน้อยกำลังดีค่ะ

ใครอยากรู้เรื่องค่าใช้จ่ายลองติดต่อสอบถามได้ที่เคาน์เตอร์ Hertitude หรือเว็บไซต์ www.hertitude.com รับรองว่าคุณผู้อ่านจะได้รับบริการที่ดีเยี่ยมกลับไปอย่างแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่อยากซักถามเพิ่มเติมสามารถเข้ามาคุยกันได้ที่ www.facebook.com/Mumuustory ค่ะพบกันใหม่ครั้งหน้า
สวัสดีค่ะ
MUMUUSTORY

Instagram: mumuustory

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s