คนต่างเจน มองต่างมุม ให้เหมือนกันได้อย่างไร

‘ช่วงนี้ยุ่งมากๆ จนไม่ค่อยได้กลับบ้านเลยค่ะ’

ริงอยู่ที่เมื่อเราโตแล้ว เรามีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่ได้จำเป็นต้องรายงานพ่อแม่ของเราทุกอย่าง แต่หากเราลองคิดกลับกัน พ่อและแม่ของเราอาจไม่ได้ต้องการการรายงานแต่พวกเขาแค่ต้องการว่าลูกของเขาทำอะไร อยู่ที่ไหน บ่อยครั้งที่ฉันมักจะทะเลาะ หรือหลบเลี่ยงการเล่าดีเทลงานของฉันให้กับผู้ใหญ่ได้ฟัง สิ่งแรกคือ ความเห็นอาจจะไม่ตรงกัน และอย่างที่สอง การดีลกับความรู้สึกของพ่อและแม่เป็นสิ่งที่ยากยิ่งและคาดเดาแทบไม่ได้ ยิ่งโดยเฉพาะบ้านที่มีธุรกิจ ปัญหาคลาสิกคือการที่พ่อแม่อยากให้ลูกทำงานที่บ้านต่อ แต่ลูกไม่อิน แล้วเราจะจัดการหรือหาตรงกลางให้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร มู่มีเรื่องของตัวเองมาเล่าให้ฟังค่ะ

differentgen

 

  1. ลองหาความเป็นไปได้ร่วมกัน – แม้จะเห็นสิ่งเดียวกัน แต่คนในเจนเนอเรชั่นของคุณแม่จะมีความเห็นแตกต่างกับเราโดยสิ้นเชิง ลองหาความเป็นไปได้ที่สามารถทำได้ร่วมกันก่อน เพื่อให้เราเห็นเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายเดียวกัน
  2. เปิดใจและยอมรับความแตกต่าง – คน 2 รุ่นที่ไม่เหมือนกัน ทั้งความคิดและนิสัยใจคอ อาจเป็นอุปสรรคหลักในการทำงานกลุ่ม แต่เราสามารถมองหาอะไรที่คล้ายกันหรือ Core idea ที่ไปด้วยกันได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นเปิดใจและยอมรับความคิดของกันและกัน ก่อนที่เราจะไปสู่ไอเดียที่แตกต่างกัน
  3. ไม่ฝืนตัวเองและอีกฝ่ายมากจนเกินไป – การจะทำงานกลุ่มร่วมกัน ไม่ควรจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งที่ทรมานจากการที่ความคิดตัวเองไม่ได้รับการยอมรับ เพราะฉะนั้นลองค่อยๆ เริ่มทดลองและทดสอบไอเดียทีละไอเดียเพื่อหาว่าสิ่งไหนเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แล้วจึงตัดสินใจร่วมกันอีกครั้ง เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานกับคนต่างวัย
  4. การยอมไม่ได้แปลว่าแพ้ – เรามักจะยอมใครก็ได้ในโลกนี้ยกเว้นคนรอบตัว แต่หากลองย้อนคิดกลับไป ‘แล้วการชนะเสียหายตรงไหน?’ อยากบอกว่าไม่ผิดหรอก แต่เราไม่ได้ยอมพ่อแม่เพราะเราผิด การยอมนี้อาจจะเป็นการยอมเลี่ยงให้ หรือยอมเพื่อความสบายใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อและแม่ของเรา เพราะฉะนั้นต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า ‘ถ้าชนะแล้วสบายใจหรือเปล่า?’
  5. ไม่ว่าจะทางไหน ทุกคนทำเพราะเป้าหมายเดียวกัน – บางครั้งการถกเถียงก็นำเราไปสู่ความไม่เข้าใจกัน แต่ปัญหาทุกอย่างจะแก้ไขได้ หากทุกคนระลึกอยู่เสมอว่า ที่เถียงกันเพราะอยากให้งานออกมาดี แต่จะโกรธเคืองกันไปทำไมในเมื่อเป้าหมายสุดท้ายคือ การทำให้ธุรกิจของครอบครัวของเราเติบโตและเจริญงอกงาม

ส่วนพ้อยท์สุดท้ายที่อยากแถมเป็นข้อเตือนใจคือ อยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้า เพราะธุรกิจของเราไมได้อยู่แค่วันนี้เท่านั้น ดังนั้น คุณลูกก็อาจจะต้องค่อยๆ อธิบายให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพโลกอนาคตที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะจินตนาการไม่ออกว่าเป็นอย่างไร ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่เอง อาจต้องมองไปข้างหน้าแล้วคิดว่าถ้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงเราควรจะจัดการกับความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไรค่ะ

MUMUUSTORY

Instagram: mumuustory

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s