บทสนทนาแปลกหน้าในร้านกาแฟ

นร้านกาแฟสีเขียวที่มีแต่คนแปลกหน้า บ้างก็มาคุยงาน บ้างก็มานั่งทำการบ้าน มาเฮฮากับเพื่อนฝูง หรือกระทั่งมาคนเดียว ทุกคนกำลังตั้งใจทำกิจกรรมของตัวเองอย่างขะมักเขม้น

‘ฝากคอมพิวเตอร์ไว้แป๊บนึงได้มั้ยคะพอดีจะไปเข้าห้องน้ำ’ ผู้หญิงวัยรุ่นราวคราวเดียวกับฉันยิ้มให้อย่างเกรงใจหลังจากที่เอ่ยปากขอฝากคอมพิวเตอร์ราคาครึ่งแสนเอาไว้ ถึงจะไม่มั่นใจแต่ฉันก็พยักหน้ารับฝาก

ปกติแล้วฉันไม่ค่อยจะสุงสิงหรือพูดคุยกับคนแปลกหน้ามากนัก คือไม่ได้เข้ากับคนยากแต่ก็เว้นระยะห่างพอสมควร โดยเฉพาะในสถานที่ที่(ฉันคิดว่า)น่าจะมีมิจฉาชีพปะปนกับคนทั่วไปได้ง่าย ตอนเด็กๆ ฉันค่อนข้างเป็นคนโลกสวย ไม่ว่าใครก็คุยกับเขาไปทั่วจนโดนพ่อแม่ดุเอาบ่อยๆ

โดนเข้าบ่อยครั้งก็เลยเริ่มกลายเป็นคนระมัดระวังคนแปลกหน้าอยู่พอสมควร ในเคสนี้ก็คงเป็นเช่นครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมาที่ฉันไม่ได้ตอบรับอะไรเธอมากมาย ยังคิดอยู่ในใจว่าถ้ามีคนเดินเข้ามาแล้วบอกว่าเป็นแฟนของเธอมาเอาคอมเครื่องนี้ไป ฉันจะทำอย่างไร?

ผ่านไปไม่นาน หญิงสาวคนเดิมก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะของเธอ ฉันยังคงสนใจกับหน้าจอของตัวเองเพราะกองเอกสารที่มีตัวเลขนับร้อยกำลังรอให้ฉันเข้าไปจัดระเบียบ ผ่านเวลาไปเกือบ ๆ ครึ่งชั่วโมงก็มีเสียง ‘ขอบคุณนะคะ’ แว่วมาด้านข้าง ฉันหันหน้าไปตามเสียงจนพบกับผู้หญิงที่มีแววตาใจดีคนหนึ่งกำลังนั่งยิ้มให้ ใช่ค่ะ…เธอคือคนที่ฝากคอมพิวเตอร์เอาไว้กับฉันนั่นเอง ฉันยิ้มตอบน้อยๆ พร้อมกับคำพูดตามมารยาท ‘ไม่เป็นไรค่ะ’ ทั้งที่ในใจก็คิดว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ความรู้สึกสบายใจอะไรบางอย่างบอกให้ฉันชวนเธอคุยบ้าง ‘มาคนเดียวหรือคะ’ แม้จะเป็นคำถามเบสิกที่ใช้เวลาฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลย แต่คำถามนี้พาเราสองคนไปในจุดที่ผ่อนคลายมากขึ้น ฉันได้รู้ว่าเธออายุมากกว่าฉัน 4 ปี แต่งงานแล้ว และทำการค้าได้เก่งมาก เรามีเรื่องที่ชอบคล้ายกัน ทำธุรกิจเหมือนๆ กัน และประสบปัญหาการทำงานคล้ายๆ กันในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็ก รวมไปถึงเรื่องที่อย่างเช่นการวางแผนมีบุตร ซึ่งในชีวิตนี้ฉันเองก็คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะต้องมาคุยเรื่องแบบนี้กับใครโดยเฉพาะคนแปลกหน้า การใช้ชีวิตคู่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราคุยกันอย่างถึงขิงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง น่าแปลกที่รู้ตัวอีกทีการสนทนาก็ไม่ได้มีการขัดเขินเหมือนคนแปลกหน้าอีกต่อไป เราเหมือนเพื่อนที่คุยกันปรับทุกข์ เล่าเรื่องราวสารทุกข์สุขดิบให้กันและกันฟังมากกว่า

บทสนทนาดูเหมือนจะหยุดไปเพราะสายเรียกเข้าของเราทั้งคู่ น่าแปลกใจที่แม้บทสนทนาครั้งนี้จะจบลง แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนได้เพื่อนใหม่ที่สนิทสนมมานาน บางครั้งบทสนทนาที่เริ่มจากการไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ได้แย่อะไรเพราะบางทีสิ่งที่ได้กลับมาอาจมากมายในความรู้สึกก็ได้ค่ะ และที่สำคัญฉันมองร้านกาแฟในวันนี้เปลี่ยนไป

MUMUUSTORY

Instagram: mumuustory

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s